Your Welcome

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ความคุ้มครองผู้โดยสารการบิน

หน้า ๑๑
เล่ม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓


ประกาศกระทรวงคมนาคม
เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทย
ในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ
พ.ศ. ๒๕๕๓
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๓ (๔) ข้อ ๔ ข้อ ๗ และข้อ ๙ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๕๘ ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กำหนดให้กระทรวงคมนาคมมีอำนาจ
หน้าที่เกี่ยวกับกิจการเดินอากาศ และรัฐมนตรีสามารถกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้ประกอบกิจการ
ค้าขายในการเดินอากาศอันเป็นสาธารณูปโภคได้ตามที่เห็นว่าจำเป็น เพื่อความปลอดภัยหรือผาสุก
ของประชาชน รวมทั้งแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขนี้ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทยในเส้นทางบิน
ประจำภายในประเทศไว้ในเงื่อนไขประกอบใบอนุญาตของผู้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ
แบบประจำของไทยทุกราย ทั้งที่ได้รับใบอนุญาตในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการ
ยึดถือและปฏิบัติตาม ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง สิทธิของผู้โดยสารซึ่งใช้บริการ
สายการบินของไทยในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ ประกาศ ณ วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๐

ข้อ ๒ ในประกาศนี้
“สายการบิน” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ
แบบประจำในเส้นทางบินภายในประเทศ
“สำรองที่นั่ง” หมายความว่า ข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานยืนยันว่าสายการบินได้ยอมรับและจดแจ้ง
การสำรองที่นั่งไว้แล้ว
“การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน” หมายความว่า การจัดให้ผู้โดยสารเดินทางโดยเที่ยวบินอื่น
ของสายการบินนั้นเอง หรือของสายการบินอื่น
“เที่ยวบินล่าช้า” หมายความว่า เที่ยวบินที่ปฏิบัติการบินล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดตามตารางการบิน
ซึ่งได้ประกาศไว้แล้ว
“การยกเลิกเที่ยวบิน” หมายความว่า การที่สายการบินยกเลิกเที่ยวบินใด ๆ ตามตารางการบิน
ที่ประกาศไว้แล้ว และรวมถึงการยกเลิกเที่ยวบินพิเศษ (Extra Flight)

เล่ม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
“การปฏิเสธการขนส่ง” หมายความว่า การปฏิเสธที่จะรับขนผู้โดยสารเพื่อเดินทางไปกับ
เที่ยวบินที่ระบุไว้ในบัตรโดยสาร แม้ว่าผู้โดยสารนั้นจะได้มาแสดงตนเพื่อการขึ้นเครื่องตามที่กำหนด
ไว้ในประกาศนี้แล้วก็ตาม เว้นแต่ การปฏิเสธนั้นมีเหตุผลอันสมควร เช่น สุขภาพ ความมั่นคง
ความปลอดภัย เอกสารการเดินทางไม่สมบูรณ์ เป็นต้น
“คนพิการ” หมายความว่า คนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

ข้อ ๓ ขอบเขต
ผู้โดยสารที่มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามประกาศนี้ ได้แก่
(๑) ผู้โดยสารที่เดินทางในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ ซึ่งได้สำรองที่นั่งสำหรับ
เที่ยวบินนั้นและได้ชำระค่าบัตรโดยสารแล้ว รวมถึงผู้โดยสารที่เดินทางในโครงการสะสมไมล์
หรือโครงการส่งเสริมการขายอื่น ๆ ที่สายการบินจัดขึ้น และ
(๒) ผู้โดยสารนั้น
(ก) ได้มาแสดงตนเพื่อการขึ้นเครื่อง (Check In) ภายในเวลาที่สายการบินระบุไว้ล่วงหน้า
เป็นลายลักษณ์อักษร หรือภายในเวลาที่ผู้โดยสารได้รับการแจ้งผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น เว็ปไซต์
เอสเอ็มเอส (SMS) เป็นต้น หากสายการบินไม่ได้ระบุเวลาไว้ให้ถือว่าไม่น้อยกว่า ๔๕ นาที ก่อนเวลา
ที่ระบุไว้ในตารางการบินที่ประกาศ หรือ
(ข) ถูกสายการบินย้ายโอน (Transfer) จากเที่ยวบินที่ตนสำรองที่นั่งไว้แล้วมายัง
อีกเที่ยวบินหนึ่งไม่ว่าด้วยสาเหตุใด

ข้อ ๔ เที่ยวบินล่าช้า
(๑) กรณีล่าช้าเกินกว่า ๒ ชั่วโมง แต่ไม่เกิน ๓ ชั่วโมง สายการบินต้องปฏิบัติต่อ
ผู้โดยสาร ดังนี้
(ก) จัดอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ผู้โดยสารตามความเหมาะสมกับระยะเวลาที่รอ
ขึ้นเครื่องบินโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
(ข) จัดอุปกรณ์ให้แก่ผู้โดยสารเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ เช่น
โทรศัพท์ โทรสาร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) เป็นต้น ตามความจำเป็นและเหมาะสมโดยไม่คิด
ค่าใช้จ่าย
(ค) เมื่อผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อไปให้สายการบินคืนเงินค่าโดยสาร
และค่าธรรมเนียมอื่นใดที่เรียกเก็บเต็มตามจำนวน ซึ่งผู้โดยสารได้ชำระไปสำหรับการเดินทางหรือ
เฉพาะส่วนที่ยังไม่ได้เดินทางตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ แต่หากสายการบิน
ประสงค์จะคืนเป็น Travel Vouchers หรือสิ่งอื่นแทนเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมดังกล่าว
จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้โดยสารก่อนแล้วเท่านั้น

เล่ม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
(๒) กรณีล่าช้าเกินกว่า ๓ ชั่วโมง แต่ไม่เกิน ๕ ชั่วโมง สายการบินต้องปฏิบัติต่อผู้โดยสาร
ดังนี้
(ก) จัดอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ผู้โดยสารตามความเหมาะสมกับระยะเวลาที่รอ
ขึ้นเครื่องบินโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
(ข) จัดอุปกรณ์ให้แก่ผู้โดยสารเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ เช่น โทรศัพท์
โทรสาร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) เป็นต้น ตามความจำเป็นและเหมาะสมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
(ค) เสนอให้ผู้โดยสารเลือกระหว่าง
๑) รับเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ถูกเรียกเก็บคืนเต็มตามจำนวน
ที่ชำระไปสำหรับการเดินทาง หรือเฉพาะส่วนที่ยังไม่ได้เดินทาง ตามวิธีการและภายในระยะเวลา
ที่กำหนดในข้อ ๖ แต่หากสายการบินประสงค์จะชำระเป็น Travel Vouchers หรือสิ่งอื่นแทน
เงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นดังกล่าว จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้โดยสารก่อนแล้วเท่านั้น หรือ
๒) เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุไว้ในบัตรโดยสาร
หรือไปยังจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียงกับจุดหมายปลายทางเดิมโดยเร็วที่สุดภายในวันเดียวกัน
วันถัดไป หรือวันอื่นตามความสมัครใจของผู้โดยสาร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้โดยสาร
และที่นั่งว่างซึ่งสายการบินสามารถจะจัดให้ได้ โดยสายการบินไม่สามารถคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้
ไม่ว่าในกรณีใด ๆ แต่หากการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินนั้นมีค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นที่ต่ำกว่า
จำนวนเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ผู้โดยสารได้ชำระไว้แล้ว สายการบินต้องชำระเงิน
ส่วนต่างคืนให้กับผู้โดยสารตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ ๖
ในกรณีที่สายการบินเสนอเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินไปยังสนามบินอื่นที่ใกล้เคียงกับ
จุดหมายปลายทางเดิม สายการบินจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากสนามบินใหม่ไปยัง
สนามบินที่เป็นจุดหมายปลายทางเดิมให้แก่ผู้โดยสารด้วย หรือ
๓) เดินทางโดยการขนส่งทางอื่นที่เหมาะสมเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุ
ไว้ในบัตรโดยสาร หรือจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียงกับจุดหมายปลายทางเดิมตามความประสงค์
ของผู้โดยสารโดยเร็วที่สุด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่ว่าในกรณีใด ๆ แต่หากกรณีที่ค่าใช้จ่าย
ในการเดินทางโดยการขนส่งทางอื่นต่ำกว่าจำนวนเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ผู้โดยสาร
ได้ชำระไว้แล้ว สายการบินจะต้องชำระเงินส่วนต่างคืนให้กับผู้โดยสารตามวิธีการและภายใน
ระยะเวลาที่กำหนดในข้อ ๖

เล่ม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
(๓) กรณีล่าช้าเกินกว่า ๕ ชั่วโมง แต่ไม่เกิน ๖ ชั่วโมง สายการบินต้องปฏิบัติต่อผู้โดยสาร
ดังนี้
(ก) ปฏิบัติต่อผู้โดยสารเช่นเดียวกับกรณีล่าช้าเกินกว่า ๓ ชั่วโมง แต่ไม่เกิน ๕ ชั่วโมง
ตาม ข้อ ๔ (๒) และ
(ข) ชำระค่าชดเชยเป็นเงินสดจำนวน ๖๐๐ บาท ให้แก่ผู้โดยสารทันทีก่อนที่ผู้โดยสาร
จะออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง เว้นแต่ สายการบินพิสูจน์ได้ว่าการล่าช้าของเที่ยวบินนั้น
เกิดจากเหตุสุดวิสัยซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของสายการบิน เช่น สถานการณ์ทางการเมือง
สภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติการบิน การรักษาความปลอดภัย เหตุการณ์ใด ๆ ที่มีหรืออาจ
มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการทำการบินของอากาศยานและผู้โดยสาร เป็นต้น ตลอดจนการนัด
หยุดงานหรือการกระทำใด ๆ ของพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ
ของสายการบิน ซึ่งมีผลกระทบต่อการปฏิบัติการบินของสายการบิน
ในกรณีสายการบินประสงค์จะชำระเป็น Travel Vouchers หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชย
เป็นเงินสด ๖๐๐ บาท ตามวรรคหนึ่ง จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้โดยสารก่อนแล้วเท่านั้น
(๔) กรณีล่าช้าเกินกว่า ๖ ชั่วโมง สายการบินต้องปฏิบัติต่อผู้โดยสาร เช่นเดียวกับ
มาตรการในเรื่องการยกเลิกเที่ยวบินตามที่กำหนดในข้อ ๕

ข้อ ๕ การยกเลิกเที่ยวบิน หรือการปฏิเสธการขนส่ง สายการบินต้องปฏิบัติต่อผู้โดยสาร
ดังนี้
(๑) เสนอให้ผู้โดยสารเลือกระหว่าง
(ก) รับเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ถูกเรียกเก็บคืนเต็มตามจำนวนที่จ่ายไป
สำหรับการเดินทางหรือเฉพาะส่วนที่ยังไม่ได้เดินทางตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กำหนด
ในข้อ ๖ แต่หากสายการบินประสงค์จะชำระเป็น Travel Vouchers หรือสิ่งอื่นแทนเงินค่าโดยสาร
และค่าธรรมเนียมดังกล่าว จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้โดยสารก่อนแล้วเท่านั้น หรือ
(ข) เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุไว้ในบัตรโดยสาร
หรือจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียงกับจุดหมายปลายทางเดิมโดยเร็วที่สุดภายในวันเดียวกัน
วันถัดไป หรือวันอื่นตามความสมัครใจของผู้โดยสาร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้โดยสาร
และที่นั่งว่างที่สายการบินสามารถจัดให้ได้ โดยสายการบินต้องไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่ว่าในกรณีใด ๆ
แต่หากการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินนั้นมีค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นที่ต่ำกว่าจำนวนเงินค่าโดยสาร
และค่าธรรมเนียมที่ผู้โดยสารได้ชำระไว้แล้ว สายการบินต้องชำระเงินส่วนต่างคืนให้กับผู้โดยสาร
ตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ ๖

เล่ม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ในกรณีที่สายการบินเสนอเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินไปยังสนามบินอื่นที่ใกล้เคียงกับ
จุดหมายปลายทางเดิม สายการบินจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากสนามบินใหม่ไปยัง
สนามบินที่เป็นจุดหมายปลายทางเดิมให้แก่ผู้โดยสารด้วย หรือ
(ค) เดินทางโดยการขนส่งทางอื่นที่เหมาะสมเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุไว้ใน
บัตรโดยสาร หรือจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียงกับจุดหมายปลายทางเดิมตามความประสงค์
ของผู้โดยสารโดยเร็วที่สุด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่ว่าในกรณีใด ๆ แต่หากค่าเดินทางโดยการ
ขนส่งทางอื่นต่ำกว่าจำนวนเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมที่ผู้โดยสารได้ชำระไว้แล้ว สายการบิน
ต้องชำระเงินส่วนต่างคืนให้กับผู้โดยสารตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ ๖
(๒) ให้การดูแลผู้โดยสาร ดังนี้
(ก) จัดอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ผู้โดยสารตามความเหมาะสมกับระยะเวลาที่รอ
ขึ้นเครื่องบินโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
(ข) จัดอุปกรณ์ให้แก่ผู้โดยสารเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ เช่น
โทรศัพท์ โทรสาร หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) เป็นต้น ตามความจำเป็นและเหมาะสม
โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
(ค) จัดที่พักแรมให้แก่ผู้โดยสารตั้งแต่ ๑ คืน ขึ้นไป ตามความจำเป็นและเหมาะสม
ในการจัดการขนส่งระหว่างสนามบินและที่พักแรม ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินใหม่ที่มีกำหนดเวลา
การออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนดเวลาตามตารางการบินเดิมเกินกว่า ๑ วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
(๓) ชำระค่าชดเชยเป็นเงินสดจำนวน ๑,๒๐๐ บาท ให้แก่ผู้โดยสารทันทีก่อนที่ผู้โดยสาร
จะออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง เว้นแต่ สายการบินพิสูจน์ได้ว่า
(ก) ได้แจ้งข่าวการยกเลิกเที่ยวบินและรายละเอียดเกี่ยวกับทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ
ให้ผู้โดยสารทราบก่อนกำหนดวันเวลาเดินทางไม่น้อยกว่า ๓ วัน หรือ
(ข) ได้แจ้งข่าวการยกเลิกเที่ยวบินให้ผู้โดยสารทราบก่อนกำหนดวันเวลาเดินทางไม่ถึง
๓ วัน ในกรณีที่เที่ยวบินใหม่ที่เปลี่ยนแปลงนั้นจะออกเดินทางก่อนหรือหลังกำหนดวันเวลาเดิม
และไปถึงจุดหมายปลายทางที่ระบุในบัตรโดยสารเร็ว หรือช้ากว่ากำหนดวันเวลาเดิมไม่เกิน ๓ ชั่วโมง
หรือ
(ค) การยกเลิกเที่ยวบินนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัยซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของสายการบิน
เช่น สถานการณ์ทางการเมือง สภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติการบิน การรักษาความปลอดภัย
เหตุการณ์ใด ๆ ที่มีหรืออาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการทำการบินของอากาศยาน
และผู้โดยสาร เป็นต้น ตลอดจนการนัดหยุดงานหรือการกระทำใด ๆ ของพนักงานหรือลูกจ้าง
ของหน่วยงานอื่นซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการของสายการบิน ที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติการบิน
ของสายการบิน

เล่ม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
โดยการแจ้งข่าวการยกเลิกเที่ยวบินตาม (ก) และ (ข) ให้สายการบินแจ้งไปยังสถานที่ติดต่อ
หรือช่องทางการสื่อสารทางอื่นใดที่ผู้โดยสารได้แจ้งไว้กับสายการบินเมื่อทำการสำรองที่นั่งไว้แล้ว
ทั้งนี้ การพิสูจน์ว่าสายการบินได้แจ้งข่าวการยกเลิกเที่ยวบินให้ตกเป็นภาระของสายการบิน
ในกรณีที่สายการบินประสงค์จะชำระเป็น Travel Vouchers หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชย
เป็นเงินสด จำนวน ๑,๒๐๐ บาท ตามวรรคหนึ่ง จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้โดยสารก่อนแล้วเท่านั้น

ข้อ ๖ วิธีปฏิบัติในการคืนเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใด หรือเงินส่วนต่าง
สายการบินต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) จัดทำแบบในการแสดงความจำนงขอคืนค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใด หรือเงินส่วนต่าง
ตลอดจนจัดไว้ ณ ท่าอากาศยาน บริเวณอาคารผู้โดยสาร (ห้องโดยสารอากาศยาน) และสำนักงานใหญ่
หรือสำนักงานสาขาของสายการบิน หรือจัดให้ผู้โดยสารสามารถดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์ของ
สายการบินได้ ทั้งนี้ รายการในแบบแสดงความจำนงอย่างน้อยต้องประกอบด้วย วัน เวลา และเที่ยวบิน
ที่สายการบินปฏิเสธการขนส่ง ยกเลิกเที่ยวบิน หรือทำการบินล่าช้า วิธีการที่ผู้โดยสารชำระค่าโดยสาร เช่น
เงินสด บัตรเครดิต เป็นต้น จำนวนเงินค่าโดยสารที่ชำระ ที่อยู่และช่องทางที่สามารถติดต่อได้
รวมทั้งวิธีการรับคืนค่าโดยสารที่เลือก เช่น เงินสด การโอนผ่านบัญชีธนาคาร เช็คธนาคาร เป็นต้น
(๒) กำหนดและประกาศให้ผู้โดยสารทราบถึงสถานที่หรือช่องทางที่สามารถยื่นแบบแสดง
ความจำนงได้ เช่น เคาน์เตอร์ของสายการบิน ณ ท่าอากาศยาน บริเวณอาคารผู้โดยสาร
(ห้องโดยสารอากาศยาน) และสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาของสายการบิน หรือยื่นผ่านทาง
เว็บไซต์ของสายการบิน
(๓) คืนเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่น หรือเงินส่วนต่างให้แก่ผู้โดยสาร ด้วยวิธีการ
ที่ผู้โดยสารเลือก เช่น เงินสด โอนผ่านบัญชีธนาคาร เช็คธนาคาร เป็นต้น ภายในระยะเวลาที่นับจาก
วันซึ่งสายการบินได้รับแบบแสดงความจำนงและเอกสารที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว ดังนี้
(ก) กรณีผู้โดยสารซื้อบัตรโดยสารด้วยเงินสดต้องดำเนินการคืนให้เสร็จสิ้นภายใน
ระยะเวลาไม่เกิน ๗ วัน
(ข) กรณีผู้โดยสารซื้อบัตรโดยสารด้วยบัตรเครดิตต้องดำเนินการคืนให้เสร็จสิ้นภายใน
ระยะเวลาไม่เกิน ๔๕ วัน

ข้อ ๗ การเพิ่มหรือลดชั้นของบริการในเที่ยวบิน สายการบินต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) กรณีที่จัดให้ผู้โดยสารเดินทางในชั้นบริการที่สูงกว่าชั้นบริการที่ระบุไว้ในบัตรโดยสาร
สายการบินต้องไม่คิดค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติม

เล่ม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
(๒) กรณีที่จัดให้ผู้โดยสารเดินทางในชั้นบริการที่ต่ำกว่าชั้นบริการที่ระบุไว้ในบัตรโดยสาร
สายการบินต้องคืนเงินส่วนต่างของราคาค่าโดยสารแก่ผู้โดยสารตามวิธีการและภายในระยะเวลา
ที่กำหนดในข้อ ๖

ข้อ ๘ ในกรณีผู้โดยสารเป็นเด็กอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี (เดินทางโดยลำพัง) คนพิการ
หรือบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สายการบินต้องปฏิบัติโดยให้บริการและดูแลเป็นกรณี
พิเศษตามหลักปฏิบัติสากล และไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่ว่าในกรณีใด ๆ หากสายการบินได้ปฏิเสธ
การขนส่ง ยกเลิกเที่ยวบิน หรือทำการบินล่าช้าไม่ว่าเป็นเวลามากน้อยเพียงใด สายการบิน
ต้องให้บริการและดูแลแก่ผู้โดยสารดังกล่าวโดยไม่ชักช้า

ข้อ ๙ มาตรการคุ้มครองที่ดีกว่า
ในกรณีที่สายการบินได้กำหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารของตนไว้ในระดับ
ที่ดีกว่า และไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรการตามประกาศนี้ ให้สายการบินนั้นใช้มาตรการดังกล่าว
เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารของตน

ข้อ ๑๐ การร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติของสายการบิน
ผู้โดยสารสามารถร้องเรียนสายการบินซึ่งไม่ได้ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ มายังกรมการบิน
พลเรือน เลขที่ ๗๑ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม ๔ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ ฯ ๑๐๑๒๐
โทรสาร ๐ ๒๒๘๗ ๓๓๗๓ จดหมายอิเล็กทรอนิคส์ : airtravelcomplaint@aviation.go.th<mailto:airtravelcomplaint@aviation.go.th> หรือสายด่วน
๑๑๑๑ โทร ๐ ๒๒๘๖ ๓๗๗๕ (ในเวลาราชการ) เพื่อกรมการบินพลเรือนจะได้ทำการตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงและดำเนินการต่อไป

ข้อ ๑๑ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
โสภณ ซารัมย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

##..ผู้บริหารสายการบินทุกสายการบินของไทย..เจ้าหน้าที่สายการบินทุกสายการบินที่ที่มีเส้นทางบินประจำภายในประเทศที่ประจำยังท่าอากาศยานต่างๆๆ..โปรดอ่านและศึกษาประกาศฉบับนี้ให้ท่องแท้..และปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดต่อไปด้วย..
..http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2553/E/128/11.PDF

จากคุณ : เมสุริน [http://www.pantip.com/cafe/image/smilex.gif]
เขียนเมื่อ : 9 พ.ย. 53 12:32:31 [http://www.pantip.com/cafe/image/edit_text2.gif]
ถูกใจ : NaiPhorDee, โอเลี้ยงใส่นม, Samanta Sam

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

I-Phone 3 G

เกร็ดความรู้

1.การแลบลิ้นให้น้ำลายยืดลงพื้น 3 หยดจะแก้เผ็ดได้ จริงหรือ
เฉลย : จริง

อาการเผ็ดเกิดจากสารที่ชื่อ แคปไซซิน ที่อยู่ในพริกเข้าไปจับกับปลายประสาทรับรถที่ลิ้น ร่างกายจะก็จะแสดงปฎิกริยาโดยขับน้ำลายออกมาชะล้างเอาเจ้าสารนี้ออกไป


2.
ดูดนมยางของเด็กทารกตอนนอนจะแก้อาการนอนกรนได้ จริงหรือ

เฉลย: จริง
การคาบหรืออมนายางของเด็กทารกไว้ในปากจะทำให้ลิ้นในปากอยู่นิ่ง ก็จะพลอยให้เนื้อเยื่อของเพดาน
ไม่กระเทือนสั่นไหว ขึ้นจึงไม่เกิดอาการกรนและไม่นอนอ้าปากอีกด้วย

3.
การสูดกลิ่นตัวผู้ชายทำให้หายเครียดได้ จริงหรือ
เฉลย: จริง
เพราะกลิ่นตัวผู้ชายที่เป็นคนรักนั้นมีสาร ฟีโรโมน ผสมอยู่โดยเฉพาะในผมและผิวของเขา เมื่อสูดดมแล้วจะช่วยลดอาการเครียดและเหนื่อยล้าลงได้

4.
แอปเปิ้ลผลิตกระแสไฟฟ้าได้ จริงหรือ

เฉลย: จริง

ถ้าเสียบแผ่นสังกะสี และแผ่นทองแดง กรดในแอปเปิ้ลจะทำให้เกิดการแตกตัวของไอออน ทำให้ลูกแอปเปิ้ลเป็นเหมือนแบตเตอรี่ ซึ่งผลไม้ชนิดอื่นเช่น มะนาว เกรปฟรุ๊ต หรือมันฝรั่ง ก็ทำได้เช่นกัน

5.
ปัสสาวะมนุษย์ใช้ทำยาสีฟันในสมัยโบราณ จริงหรือ

เฉลย: จริง

โดยแพทย์ชาวโรมันเชื่อว่า ปัสสาวะมนุษย์ มีคุณสมบัติทำให้ฟันขาว และแข็งแรง ยาสีฟันในยุคดังกล่าว จึงเป็น น้ำยาบ้วนปากที่ทำจากปัสสาวะมนุษย์

6.
วัวกระทิงเกลียดสีแดง จริงหรือ

เฉลย: ไม่จริง

เพราะ วัวเป็นสัตว์ตาบอดสี ไม่สามารถแยกแยะสีต่างๆ ได้ แต่การที่วัวเมื่อถูกล่อด้วยผ้าแดงเหมือนในสนามสู้วัว แล้วก็พุ่งเข้าใส่นั้น เป็นเพราะความรำคา­ และเพราะถูกยั่วยุมากกว่า

7.
เพชรแท้จะไม่ติดสีหมึก จริงหรือ
เฉลย: จริง
การทดสอบดูเพชรแท้นั้น ให้ป้ายน้ำหมึกสีดำไปบนเพชร ถ้ามีความลื่นออก ไม่ติดอยู่บนเพชร แสดงว่าเป็นเพชรแท้ แต่ถ้ายังมีจุดดำตรงที่แต้มอยู่ ก็แสดงว่าเป็นเพชรเทียม

8.
การทะเลาะกันทำให้แผลหายช้า จริงหรือ

เฉลย : จริง

เพราะ ความเครียดที่เกิดขึ้น ทั้งระหว่าง และหลังจากการทะเลาะกัน จะส่งผลให้ร่างกายลดการผลิตโปรตีนเม็ดเลือด ที่มีประโยชน์ต่อการรักษาบาดแผล หรือส่วนที่สึกหรอในร่างกายให้น้อยลงทำให้บาดแผลต่างๆ หายช้า

9.
แสงแดดอ่อนๆ ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ จริงหรือ

เฉลย : จริง
เพราะ แสงแดดอ่อนๆ จะช่วยลดการสร้างฮอร์โมน เมลาโตนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ถ้าหากเก็บตัวอยู่แต่ในที่?ืดจะทำให้ฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดการง่วง เหงา ซึมเซาได้

10.
การฟังเพลงช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ จริงหรือ

เฉลย : จริง
เพราะการฟังเพลงทำให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนสร้างความสุขออกมา ช่วยลดความดันโลหิต และ บรรเทาอาการปวดข้อลงได้


11.
ใครที่อ่านแล้วได้ความรู้ แล้วไม่ส่งต่อให้อื่นรับรู้ เป็นคนเห็นแก่ตัว จริงหรือ

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

อีก 823 ปี ถึงจะมี

ลองมองดูปฏิทินเดือนปัจจุบัน ตุลาคม 2553 ของปีนี้ แล้วนับวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ดู จะเห็นว่า มีวันศุกร์
วันเสาร์ วันอาทิตย์ถึงอย่างละ 5 วัน (ปกติจะพบทีมีวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ครบติดต่อกันแค่ 4 วัน
ใน 1 เดือน) ซึ่งตามฮวงจุ้ยของคนจีนเรียกเดือนที่มีปรากฏการณ์วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ถึงอย่างละ 5 วัน  ครบใน 1 เดือนนี้ว่า กระเป๋าเงิน โดยเชือว่าถ้าเราบอกกันต่อไป เงินทองก็จะไหลมาเทมาหาเรา
 
สำหรับโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ที่จะมีวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ อย่างละ 5 วันภายใน 1 ดือนนั้น จะเกิด
ขึ้นทุกๆ 823 ปี ดังนั้นปี พ.ศ. 3376 ถึงจะมีวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ อย่างละ 5 วันภายใน 1 ดือนแบบนี้อีก

ต้องเกิดใหม่อีกหลายชาติจึงจะเจอะอีกครั้ง 

รักแท้คืออะไร/ i wish my love stable forever

เพราะรักแท้มีได้แค่ครั้งเดียว ใครบอกไม่มีจริง เรื่องจริงใกล้ๆตัว
เป็นเรื่องของคู่รัก 65 ปี ปู่กะย่าผมเอง ที่รักกันมาไม่เคยห่างจากกัน
(บางคนคงรู้ดีว่า การนอนบนเตียงที่เคยมีคนรักแล้วเค้าจากไปเป็นยังไง)

เมื่อรู้ว่าคุณย่าจะต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับมา คุณปู่นั่งมองย่าที่ค่อยๆผ่อนลมหายใจเบาลง เบาลง.. ไม่มีคำล่ำลาและสั่งเสีย

มีแต่แววตาที่แทนคำพูดใดๆ มือสองข้างที่คอยกุมมืออีกฝ่าย ถ่ายทอดความรู้สึก ลงผิวสัมผัส มองอีกฝ่ายด้วยนัยตาที่มีน้ำปริ่มๆ

ปากก็พร่ำเรียกย่า ย่า ย่า แต่ประโยคสุดท้ายปู่บอกย่าว่า "ไปพักผ่อนได้แล้วอีกไม่นานก็จะตามไปหา"

ก่อนที่ผมจะทนดูไม่ไหว ก็เลยแอบหยิบกล้องมาเก็บภาพประทับใจมาฝาก แอบตื้นตันและแอบ อิจฉา... ว่าผมจะมีรักแบบนี้มั้ย

เป็นรูปที่ถ่ายตอน เมษา 53 แอบถ่ายใน รพ. ก่อนที่ท่านจะเสียอีกวันถัดมา อย่าลืมหมั่นเอาใจใส่ดูแลคนรักและคนใกล้ตัวนะคั้บ

ขอให้มั่นคงในความรัก รักและดูแลกันให้มาก อย่าทำให้คนที่รักต้องเสียใจอีกเลย


วิธีการขโมยรถแบบใหม่

เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ในวันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม ศุกร์สิ้นเดือนพอดี
ผมมีนัดกินข้าวกับพวกพ้องที่ร้านอาหารชื่อดังย่านถนนเชื้อเพลิง
ถ้าใครที่เคยไปร้านแถวๆนั้นจะนึกออกว่าการจอดรถจะจอดกันเลียบทางรถไฟไปตลอดทาง
ปกติผมไปร้านนี้ก้อจะจอดหน้าร้านเป็นประจำ
แต่ด้วยวันศุกร์สิ้นเดือน ที่จอดหน้าร้านเต็มยาวไปตลอดทาง
พนักงานจอดรถเลยบอกให้ผมไปจอดในซอยข้างๆคอนโดละแวกนั้น
ซอยนั้นค่อนข้างมืดหน่อย แต่ผมไม่ได้เอะใจอะไร เพราะมีคนโบกรถอยู่คอยเฝ้ารถอยู่ แถมยังมีคอนโดอยู่ข้างๆ
และปากซอยรถก็วิ่งผ่านไปมาเยอะแยะ
ผมเดินไปถึงที่ร้าน แต่ทางร้านบอกว่าเต็ม เปลี่ยนร้านเลยครับ
พอผมเดินกลับไปถึงรถ สิ่งที่ผมเจอคือ ปืนแก๊สที่ใช้เชื่อมเหล็ก มันกำลังเผากระจกรถผมอยู่
( กระจกหลังฝั่งซ้ายครับ เป็นมุมอับตอนที่จอดรถพอดี)
ผมรีบไปเอาออกมา แล้วก็สำรวจว่ามีใครอยู่แถวนั้นมั้ย แต่ก็ไม่พบอะไรครับ
ปืนที่ว่านี้ประดิษฐ์มาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
ตัวจุดไฟ ต่อตรงกับกระป๋องแก๊สแบบพกพาทำให้เป็นด้ามจับ
โดยตัวด้ามจับนี้พันติดแม่เหล็กเพื่อเกาะกับประตูรถผม
เป็นโชคดีของผมที่วันนั้นร้านเต็ม ไม่งั้นรถของผมก็คงไฟหลอมกระจกขโมยรถไปแล้ว
( ถึงแม้ตอนนั้นฟิล์มกระจกรถผมจะละลายไปแล้ว T T...)

ขอให้เป็นข้อคิดเตือนใจอย่าประมาทละกันนะครับ
เดี๋ยวนี้โจรขโมยรถมันมีวิธีกันมากมายจริงๆ

ปล. ไม่รู้ว่ามันใช้วิธีการยังไงนะครับ แต่คุยกับรุ่นพี่เค้าบอกมาว่ามันจะเผาให้ร้อนแล้วเอาน้ำมาราด
กระจกก้อจะแตกอย่างง่ายดายโดยที่ไม่มีเสียง

In Vietnam

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553

อันตรายจากเปลขาด

ช่วงนี้อากาศร้อนจัดจนหลายๆ คนอยากจะหลบร้อนไปชายทะเล แต่ระวังภัยจากชายหาดที่คุณอาจไม่คาดคิดว่าจะได้พบ ซึ่งเราอยากฝากเตือนอันตรายที่มากับชายหาดวันหยุดในหน้าร้อนนี้สักหน่อย "เปลนอน" ที่เห็นได้ทั่วไปตามชายหาด ภัยเงียบที่เราๆ ท่านๆ มองว่าไม่ว่ายังไงมันก็ไม่เป็นอันตรายสักนิด แต่เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงและเกิดขึ้นแล้วกับผู้หญิงคนหนึ่งเธอไปเที่ยวพักผ่อน ณ. ชายหาดแห่งหนึ่ง ขออภัยที่ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้เกรงจะกระทบกับการท่องเที่ยว ความมั่นคง สภาพเศรษฐกิจ สังคม อารมณ์ วัฒนธรรม ฯลฯ
เปลนอนขาด เป็นอันตรายมาก
เชื่อว่าหลายๆ คนคงไม่อยากประสบชะตากรรมเดียวกับผู้หญิงในภาพเป็นแน่ เพราะฉะนั้นโปรดส่งต่อเรื่องนี้ให้กับบุคคลที่ท่านรักและหวังดีไม่ดีก็แล้วแต่ พวกเค้าจะได้ปลอดภัยจากเหตุการณ์นี้

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

มุมกล้องกะความจริง


สิ่งทอไทยจะตามทันไม๊เนี่ย

ดูกัน สิ่งทอไทย ตามเค้าทันไม๊ เนี่ยะ

คุณเชื่อไหมว่าที่ถืออยู่นี้คือเสื้อยืด!!!
ไม่เชื่อใช่มะ อ่านต่อจะได้เห็นกะตา พ่อค้าท่านใดมีขาย
บอกด่วน.....อยากได้บาง ดูดีๆ นะจ๊ะ..แอ่น แอ๊น


ขนาดมันแค่นี้เองนะ

แกะมันออกมาก่อน โดยลอกพลากสติกออกมา
  
แกะพลาสติกด้านข้างออกด้วย


ได้มาล ะ ตั้ง 3 ตัวแหนะ


หากะละมังมา เติมน้ำลงไป และเอาเสื้อที่ได้โยนลงไป


แล้วมันจะพองตัวออกมา โอ้ววว...





พอคลี่ออกมาก็จะได้เสื้อแบบนี้

ดูกันชัดๆ ไปเลย

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

5 อวัยวะสมบุกสมบันประจำวัน

1. หัวใจ : ทำงาน 24 ชั่วโมง
ถือว่าเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักที่สุด ต่อเนื่องที่สุดและสำคัญที่สุด เพราะหากหัวใจซึ่งมีหน้าที่สูบฉีดโลหิตส่งไปทั่วร่างกายหยุดทำงาน ก็แสดงว่าเราคงตายแน่นอน การดูแลหัวใจนั้นไม่ยากเพียงงดอาหารมัน และตรวจเช็คเป็นประจำก็ช่วยป้องกันได้

2. ปอด : ทำงาน 24 ชั่วโมง
ปอดทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนเข้าสู่ระบบเลือดโดยการหายใจเข้า และนำคาร์บอนไดออกไซต์ออกจากเลือดผ่านการหายใจออก จึงไม่ต้องนึกภาพการทำงานที่ต้องทำทั้งวันแลคืน วิธีบำรุงต้องหมั่นออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำ เดิน หรือวิ่งจ๊อกกิ่ง

3. ไต : ทำงาน 24 ชั่วโมง
ใครหลายคนอาจสงสัยว่าอวัยวะคู่นี้ทำงานหนักได้ไง หารู้ไม่ว่ามันทำงานตลอดเวลา เพราะต้องกรองของเสียออกจากเลือด และทำหน้าที่ในกระบวนการขับถ่ยของเสียทุกครั้งที่เรากินอาหารหรือดื่มน้ำ ไตจะกรองของเสียและพวกนำตาลกลูโคส การนอนดึกเป็นการเพิ่งภาระให้กับไตอย่างมาก อยากบำรุงไตแนะนำให้นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และเลี่ยงอาหารรสจัด

4. สมอง : ทำงาน 12-20 ชั่วโมง
นี่คือวัยวะที่ทำงานหนักแบบเงียบๆ จะทำอะไรต้องผ่านการประมวลผลจากสมองทั้งสิ้น แม้กระทั่งเวลาหลับก็ใช่ว่าจะได้หยุดพัก เพียงแต่ได้ทำงานน้อยลงตากภาวะของร่างกายเท่านั้น วิตามินบี 12 ช่วยได้ หรือการอออกกำลังกายก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

5. เท้า : ทำงานประมาณ 6-12 ชั่วโมง
เป็นส่วนที่สมบุกสมบันที่สุดและถูกละเลยมากที่สุด เป็นอวัยวะที่แข็งแรงมากเพราะต้องแบกรับน้ำหนักของร่างกายทั้งร่าง การดูแลง่ายๆควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับขนาด หรือนำเท้าแช่น้ำอ่นทุกครั้งในวันที่ต้องเดินตลอดวัน ดูแลเล็บให้สะอาดและไม่ยาวจนเกินไป

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

โรคเบาหวาน (Diabetes)


โรคเบาหวาน
     
 หมายถึง ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถสร้างหรือใช้อินซูลินได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย โดยปกติอินซูลิน
มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของร่างกาย สาเหตุที่แท้จริงของโรคเบาหวานยังไม่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญ
ที่ทำให้เกิดโรคนี้คือ พันธุกรรม และแบบแผนการดำเนินชีวิต ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจเสี่ยงต่อการเกิด โรคไต โรคหัวใจ
โรคหลอดเลือดสมอง ตาบอด หรือมีการทำลายของเส้นประสาท
      อาการ
ปัสสาวะจะบ่อยมากขึ้นถ้าระดับน้ำตาลในกระแสเลือดมากกว่า180มก.% โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
ผู้ป่วยจะหิวน้ำบ่อยเนื่องจากต้องทดแทนน้ำที่ถูกขับออกทางปัสสาวะ
อ่อนเพลีย น้ำหนักลดเกิดเนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลจึงย่อยสลายส่วนที่เป็นโปรตีนและไขมันออกมา
ผู้ป่วยจะกินเก่งหิวเก่งแต่น้ำหนักจะลดลง
อาการอื่นๆที่อาจเกิดได้แก่ การติดเชื้อ แผลหายช้า คัน
เห็นภาพไม่ชัด
ชาไม่มีความรู้สึก เจ็บตามแขนขา อาเจียน

สาเหตุ
ยังไม่ทราบแน่นอนแต่องค์ประกอบสำคัญที่อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดได้แก่ กรรมพันธุ์ อ้วน ขาดการออกกำลังกาย หากบุคคลใด
มีปัจจัยเสี่ยงมากย่อมมี่โอกาสที่จะเป็นเบาหวานมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้แสดงข้างล่างนี้
       คำแนะนำ
1. รับประทานอาหารให้ถูกต้องตามที่กำหนดให้ และรู้จักวิธีใช้อาหารที่สามารถทดแทนกันได้
2. ใช้อินซูลิน หรือยาเม็ดให้ถูกต้องตามเวลา
3. ระวังรักษาสุขภาพอย่าตรากตรำเกินไป
4. รักษาร่างกายให้สะอาด และระวังอย่าให้เกิดบาดแผล
5. หมั่นตรวจน้ำตาลในปัสสาวะ
6. ออกกำลังกายแต่พอควรสม่ำเสมอ
7. ถ้ามีอาการอ่อนเพลีย ตกใจ หวิวใจสั่น เหงื่อออก หรือมีอาการปวดศรีษะตามัว ให้รับประทานน้ำหวาน หรือน้ำตาลเข้าทันที
ทั้งนี้เนื่องจากรับประทานอาหารไม่เพียงพอกับยา แต่ถ้าได้รับประทานอาหารที่น้ำตาล มากเกินไปและได้อินซูลินหรือยาน้อย ผู้ป่วยจะมีอาการง่วงผิวหนังร้อนผ่าว คลื่นไส้ อาเจียน หายใจมี กลิ่นคล้ายผลไม้ ถ้าทิ้วไว้อาจทำให้ไม่รู้สึกตัว ต้องรีบตามแพทย์ทันที
8. ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรมีบัตรบ่งชี้ว่าเป็นเบาหวาน และกำลังรักษาด้วยยาชนิดใดอยู่เสมอ และควรมีขนมติดตัวไว้ด้วย
9. อย่าปล่วยตัวให้อ้วนเพราะ 80% ของผู้ป่วยโรคนี้เกิดจากการอ้วนมาก่อน
10. อย่าวิตกกังวลหรือเครียดมากเกินไป
11. เบาหวานเป็นกรรมพันธุ์ได้ หากสงสัยว่าเป็นเบาหวานควรได้รับการตรวจเลือดจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
12. ต้องระมัดระวัง เมื่ออายุเกิน 40 ปี ควรตรวจเลือดดูเบาหวานทุกปีเพราะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ง่าย