วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553
สิ่งทอไทยจะตามทันไม๊เนี่ย
ดูกัน สิ่งทอไทย ตามเค้าทันไม๊ เนี่ยะ
คุณเชื่อไหมว่าที่ถืออยู่นี้คือเสื้อยืด!!!
ไม่เชื่อใช่มะ อ่านต่อจะได้เห็นกะตา พ่อค้าท่านใดมีขาย
บอกด่วน.....อยากได้บาง ดูดีๆ นะจ๊ะ..แอ่น แอ๊น
ไม่เชื่อใช่มะ อ่านต่อจะได้เห็นกะตา พ่อค้าท่านใดมีขาย
บอกด่วน.....อยากได้บาง ดูดีๆ นะจ๊ะ..แอ่น แอ๊น
ขนาดมันแค่นี้เองนะ
แกะมันออกมาก่อน โดยลอกพลากสติกออกมา
แกะพลาสติกด้านข้างออกด้วย
ได้มาล ะ ตั้ง 3 ตัวแหนะ
หากะละมังมา เติมน้ำลงไป และเอาเสื้อที่ได้โยนลงไป
แล้วมันจะพองตัวออกมา โอ้ววว...
พอคลี่ออกมาก็จะได้เสื้อแบบนี้
ดูกันชัดๆ ไปเลย
วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553
5 อวัยวะสมบุกสมบันประจำวัน
1. หัวใจ : ทำงาน 24 ชั่วโมง
ถือว่าเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักที่สุด ต่อเนื่องที่สุดและสำคัญที่สุด เพราะหากหัวใจซึ่งมีหน้าที่สูบฉีดโลหิตส่งไปทั่วร่างกายหยุดทำงาน ก็แสดงว่าเราคงตายแน่นอน การดูแลหัวใจนั้นไม่ยากเพียงงดอาหารมัน และตรวจเช็คเป็นประจำก็ช่วยป้องกันได้
2. ปอด : ทำงาน 24 ชั่วโมง
ปอดทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนเข้าสู่ระบบเลือดโดยการหายใจเข้า และนำคาร์บอนไดออกไซต์ออกจากเลือดผ่านการหายใจออก จึงไม่ต้องนึกภาพการทำงานที่ต้องทำทั้งวันแลคืน วิธีบำรุงต้องหมั่นออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำ เดิน หรือวิ่งจ๊อกกิ่ง
3. ไต : ทำงาน 24 ชั่วโมง
ใครหลายคนอาจสงสัยว่าอวัยวะคู่นี้ทำงานหนักได้ไง หารู้ไม่ว่ามันทำงานตลอดเวลา เพราะต้องกรองของเสียออกจากเลือด และทำหน้าที่ในกระบวนการขับถ่ยของเสียทุกครั้งที่เรากินอาหารหรือดื่มน้ำ ไตจะกรองของเสียและพวกนำตาลกลูโคส การนอนดึกเป็นการเพิ่งภาระให้กับไตอย่างมาก อยากบำรุงไตแนะนำให้นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และเลี่ยงอาหารรสจัด
4. สมอง : ทำงาน 12-20 ชั่วโมง
นี่คือวัยวะที่ทำงานหนักแบบเงียบๆ จะทำอะไรต้องผ่านการประมวลผลจากสมองทั้งสิ้น แม้กระทั่งเวลาหลับก็ใช่ว่าจะได้หยุดพัก เพียงแต่ได้ทำงานน้อยลงตากภาวะของร่างกายเท่านั้น วิตามินบี 12 ช่วยได้ หรือการอออกกำลังกายก็สามารถช่วยได้เช่นกัน
5. เท้า : ทำงานประมาณ 6-12 ชั่วโมง
เป็นส่วนที่สมบุกสมบันที่สุดและถูกละเลยมากที่สุด เป็นอวัยวะที่แข็งแรงมากเพราะต้องแบกรับน้ำหนักของร่างกายทั้งร่าง การดูแลง่ายๆควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับขนาด หรือนำเท้าแช่น้ำอ่นทุกครั้งในวันที่ต้องเดินตลอดวัน ดูแลเล็บให้สะอาดและไม่ยาวจนเกินไป
ถือว่าเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักที่สุด ต่อเนื่องที่สุดและสำคัญที่สุด เพราะหากหัวใจซึ่งมีหน้าที่สูบฉีดโลหิตส่งไปทั่วร่างกายหยุดทำงาน ก็แสดงว่าเราคงตายแน่นอน การดูแลหัวใจนั้นไม่ยากเพียงงดอาหารมัน และตรวจเช็คเป็นประจำก็ช่วยป้องกันได้
2. ปอด : ทำงาน 24 ชั่วโมง
ปอดทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนเข้าสู่ระบบเลือดโดยการหายใจเข้า และนำคาร์บอนไดออกไซต์ออกจากเลือดผ่านการหายใจออก จึงไม่ต้องนึกภาพการทำงานที่ต้องทำทั้งวันแลคืน วิธีบำรุงต้องหมั่นออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำ เดิน หรือวิ่งจ๊อกกิ่ง
3. ไต : ทำงาน 24 ชั่วโมง
ใครหลายคนอาจสงสัยว่าอวัยวะคู่นี้ทำงานหนักได้ไง หารู้ไม่ว่ามันทำงานตลอดเวลา เพราะต้องกรองของเสียออกจากเลือด และทำหน้าที่ในกระบวนการขับถ่ยของเสียทุกครั้งที่เรากินอาหารหรือดื่มน้ำ ไตจะกรองของเสียและพวกนำตาลกลูโคส การนอนดึกเป็นการเพิ่งภาระให้กับไตอย่างมาก อยากบำรุงไตแนะนำให้นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และเลี่ยงอาหารรสจัด
4. สมอง : ทำงาน 12-20 ชั่วโมง
นี่คือวัยวะที่ทำงานหนักแบบเงียบๆ จะทำอะไรต้องผ่านการประมวลผลจากสมองทั้งสิ้น แม้กระทั่งเวลาหลับก็ใช่ว่าจะได้หยุดพัก เพียงแต่ได้ทำงานน้อยลงตากภาวะของร่างกายเท่านั้น วิตามินบี 12 ช่วยได้ หรือการอออกกำลังกายก็สามารถช่วยได้เช่นกัน
5. เท้า : ทำงานประมาณ 6-12 ชั่วโมง
เป็นส่วนที่สมบุกสมบันที่สุดและถูกละเลยมากที่สุด เป็นอวัยวะที่แข็งแรงมากเพราะต้องแบกรับน้ำหนักของร่างกายทั้งร่าง การดูแลง่ายๆควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับขนาด หรือนำเท้าแช่น้ำอ่นทุกครั้งในวันที่ต้องเดินตลอดวัน ดูแลเล็บให้สะอาดและไม่ยาวจนเกินไป
วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553
โรคเบาหวาน (Diabetes)
โรคเบาหวาน
หมายถึง ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถสร้างหรือใช้อินซูลินได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย โดยปกติอินซูลิน
มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของร่างกาย สาเหตุที่แท้จริงของโรคเบาหวานยังไม่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญ
ที่ทำให้เกิดโรคนี้คือ พันธุกรรม และแบบแผนการดำเนินชีวิต ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจเสี่ยงต่อการเกิด โรคไต โรคหัวใจ
โรคหลอดเลือดสมอง ตาบอด หรือมีการทำลายของเส้นประสาท
อาการ
ปัสสาวะจะบ่อยมากขึ้นถ้าระดับน้ำตาลในกระแสเลือดมากกว่า180มก.% โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
ผู้ป่วยจะหิวน้ำบ่อยเนื่องจากต้องทดแทนน้ำที่ถูกขับออกทางปัสสาวะ
อ่อนเพลีย น้ำหนักลดเกิดเนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลจึงย่อยสลายส่วนที่เป็นโปรตีนและไขมันออกมา
ผู้ป่วยจะกินเก่งหิวเก่งแต่น้ำหนักจะลดลง
อาการอื่นๆที่อาจเกิดได้แก่ การติดเชื้อ แผลหายช้า คัน
เห็นภาพไม่ชัด
ชาไม่มีความรู้สึก เจ็บตามแขนขา อาเจียน
สาเหตุ
ยังไม่ทราบแน่นอนแต่องค์ประกอบสำคัญที่อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดได้แก่ กรรมพันธุ์ อ้วน ขาดการออกกำลังกาย หากบุคคลใด
มีปัจจัยเสี่ยงมากย่อมมี่โอกาสที่จะเป็นเบาหวานมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้แสดงข้างล่างนี้
คำแนะนำ
1. รับประทานอาหารให้ถูกต้องตามที่กำหนดให้ และรู้จักวิธีใช้อาหารที่สามารถทดแทนกันได้
2. ใช้อินซูลิน หรือยาเม็ดให้ถูกต้องตามเวลา
3. ระวังรักษาสุขภาพอย่าตรากตรำเกินไป
4. รักษาร่างกายให้สะอาด และระวังอย่าให้เกิดบาดแผล
5. หมั่นตรวจน้ำตาลในปัสสาวะ
6. ออกกำลังกายแต่พอควรสม่ำเสมอ
7. ถ้ามีอาการอ่อนเพลีย ตกใจ หวิวใจสั่น เหงื่อออก หรือมีอาการปวดศรีษะตามัว ให้รับประทานน้ำหวาน หรือน้ำตาลเข้าทันที
ทั้งนี้เนื่องจากรับประทานอาหารไม่เพียงพอกับยา แต่ถ้าได้รับประทานอาหารที่น้ำตาล มากเกินไปและได้อินซูลินหรือยาน้อย ผู้ป่วยจะมีอาการง่วงผิวหนังร้อนผ่าว คลื่นไส้ อาเจียน หายใจมี กลิ่นคล้ายผลไม้ ถ้าทิ้วไว้อาจทำให้ไม่รู้สึกตัว ต้องรีบตามแพทย์ทันที
8. ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรมีบัตรบ่งชี้ว่าเป็นเบาหวาน และกำลังรักษาด้วยยาชนิดใดอยู่เสมอ และควรมีขนมติดตัวไว้ด้วย
9. อย่าปล่วยตัวให้อ้วนเพราะ 80% ของผู้ป่วยโรคนี้เกิดจากการอ้วนมาก่อน
10. อย่าวิตกกังวลหรือเครียดมากเกินไป
11. เบาหวานเป็นกรรมพันธุ์ได้ หากสงสัยว่าเป็นเบาหวานควรได้รับการตรวจเลือดจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
12. ต้องระมัดระวัง เมื่ออายุเกิน 40 ปี ควรตรวจเลือดดูเบาหวานทุกปีเพราะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ง่าย
Romance mathematics
ROMANCEMATHEMATICS
Smart man + smart woman = romance
ผู้ชายเท่ห์ + ผู้หญิงเก่ง = ความโรแมนติก
Smart man + dumb woman = affair
ผู้ชายเก่ง + ผู้หญิงโง่ = ความใคร่ *
Dumb man + smart woman = marriage
ผู้ชายโง่ + ผู้หญิงเก่ง = การแต่งงาน
Dumb man + dumb woman = pregnancy
ผู้ชายโง่ + ผู้หญิงโง่ = ตั้งท้อง **
* OFFICE ARITHMETIC *
Smart boss + smart employee = profit
เจ้านายเก่ง + ลูกน้องเก่ง = กำไร **
Smart boss + dumb employee = production
เจ้านายเก่ง + ลูกน้องโง่ = ผลผลิต **
Dum! b boss + smart employee = promotion
เจ้านายโง่ + ลูกน้องเก่ง = เลื่อน ตำแหน่ง
Dumb boss + dumb employee = overtime
เจ้านายโง่ + ลูกน้อง โง่ = OT อย่างเดียว **
* SHOPPING MATH *
A man will pay $2 for a $1 item he needs.
ผู้ชายจ่าย 2 บาท ต่อ ของ 1 ชิ้นที่เขาต้องการ
A woman will pay $1 for items that she doesn't need.
แต่ ผู้หญิง จ่าย 1 บาท ต่อ ของหลายๆชิ้น
ที่เธอไม่ต้อง การ **
* GENERAL EQUATIONS & STATISTICS *
A woman worries about the future until she gets a husband.
ผู้หญิงจะกังวลเกี่ยวกับอนาคตจนกว่าจะ มีสามี **
A man never worries about the future until he gets a wife. แต่ผู้ชายไม่เคยกังวลเกี่ยวก ับอนาคตเลย
จนกระทั่งมีภรรยา **
A successful man is one who makes more money than his wife can spend. ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่สามารถหาเงินได้มากกว่าที่ภรรยาใช้ ** A successful woman is one who can find such a man. แต่ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่สามารถหาสามีได้อย่างคนข้างบน **
* HAPPINESS *
To be happy with a man, you must understand him a lot and love him a little.
การจะมีความสุขกับผู้ชายคนนึง คุณจะต้องเข้าใจเค้ามากๆ แต่รักเค้า น้อยๆ
To be happy with a woman, you must love her a lot and not try to understand her at all. การจะมีความสุขกับผู้หญิงคนนึง คุณต้องรักเธอมากๆ และไม่ต้องพยายามเข้าใจอะไรในตัวเธอ ทั้งสิ้น **
* LONGEVITY *
Married men live longer than single men do, but married menare a lot more willing to die.
ผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีอายุยืนกว่าชายโสด แต่ชายที่แต่งงานแล้วกลับ เต็มใจเลือกที่จะตายมากกว่าอยู่ **
* PROPENSITY TO CHANGE *
A woman marries a man expecting he will change, but he doesn't. **
ผู้หญิงแต่งงานกับผู้ชายคนนึงและหวังว่า...
จะเปลี่ยนแปลงเค้าได้ แต่ผู้ชายไม่เปลี่ยน*
A man marries a woman expecting that she won't change, and she does. **
ส่วนผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงและหวังว่า
เธอคงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เธอก็ เปลี่ยน **
* DISCUSSION TECHNIQUE *
A woman has the last word in any argument.
ผู้หญิงมักมี คำพูดสุดท้ายในการโต้เถียง
Anything a man says after that is the beginning of a new argument.
แต่อะไรก็ตามที่ผู้ชายพูดออกมาต่อจากนั้น
จะเป็นการเริ่มการโต้เถียง ครั้งใหม่ *
Smart man + smart woman = romance
ผู้ชายเท่ห์ + ผู้หญิงเก่ง = ความโรแมนติก
Smart man + dumb woman = affair
ผู้ชายเก่ง + ผู้หญิงโง่ = ความใคร่ *
Dumb man + smart woman = marriage
ผู้ชายโง่ + ผู้หญิงเก่ง = การแต่งงาน
Dumb man + dumb woman = pregnancy
ผู้ชายโง่ + ผู้หญิงโง่ = ตั้งท้อง **
* OFFICE ARITHMETIC *
Smart boss + smart employee = profit
เจ้านายเก่ง + ลูกน้องเก่ง = กำไร **
Smart boss + dumb employee = production
เจ้านายเก่ง + ลูกน้องโง่ = ผลผลิต **
Dum! b boss + smart employee = promotion
เจ้านายโง่ + ลูกน้องเก่ง = เลื่อน ตำแหน่ง
Dumb boss + dumb employee = overtime
เจ้านายโง่ + ลูกน้อง โง่ = OT อย่างเดียว **
* SHOPPING MATH *
A man will pay $2 for a $1 item he needs.
ผู้ชายจ่าย 2 บาท ต่อ ของ 1 ชิ้นที่เขาต้องการ
A woman will pay $1 for items that she doesn't need.
แต่ ผู้หญิง จ่าย 1 บาท ต่อ ของหลายๆชิ้น
ที่เธอไม่ต้อง การ **
* GENERAL EQUATIONS & STATISTICS *
A woman worries about the future until she gets a husband.
ผู้หญิงจะกังวลเกี่ยวกับอนาคตจนกว่าจะ มีสามี **
A man never worries about the future until he gets a wife. แต่ผู้ชายไม่เคยกังวลเกี่ยวก ับอนาคตเลย
จนกระทั่งมีภรรยา **
A successful man is one who makes more money than his wife can spend. ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่สามารถหาเงินได้มากกว่าที่ภรรยาใช้ ** A successful woman is one who can find such a man. แต่ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่สามารถหาสามีได้อย่างคนข้างบน **
* HAPPINESS *
To be happy with a man, you must understand him a lot and love him a little.
การจะมีความสุขกับผู้ชายคนนึง คุณจะต้องเข้าใจเค้ามากๆ แต่รักเค้า น้อยๆ
To be happy with a woman, you must love her a lot and not try to understand her at all. การจะมีความสุขกับผู้หญิงคนนึง คุณต้องรักเธอมากๆ และไม่ต้องพยายามเข้าใจอะไรในตัวเธอ ทั้งสิ้น **
* LONGEVITY *
Married men live longer than single men do, but married menare a lot more willing to die.
ผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีอายุยืนกว่าชายโสด แต่ชายที่แต่งงานแล้วกลับ เต็มใจเลือกที่จะตายมากกว่าอยู่ **
* PROPENSITY TO CHANGE *
A woman marries a man expecting he will change, but he doesn't. **
ผู้หญิงแต่งงานกับผู้ชายคนนึงและหวังว่า...
จะเปลี่ยนแปลงเค้าได้ แต่ผู้ชายไม่เปลี่ยน*
A man marries a woman expecting that she won't change, and she does. **
ส่วนผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงและหวังว่า
เธอคงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เธอก็ เปลี่ยน **
* DISCUSSION TECHNIQUE *
A woman has the last word in any argument.
ผู้หญิงมักมี คำพูดสุดท้ายในการโต้เถียง
Anything a man says after that is the beginning of a new argument.
แต่อะไรก็ตามที่ผู้ชายพูดออกมาต่อจากนั้น
จะเป็นการเริ่มการโต้เถียง ครั้งใหม่ *
วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553
5 "อย่า" เมื่อคุณจะนอน
5 "อย่า” เมื่อคุณจะนอน
• อย่าที่ 1 คือ อย่านอนหลับไปพร้อมๆ กับนาฬิกาข้อมือ ก็เพราะขณะที่นาฬิกาเจ้ากรรมทำงานไปเรื่อยๆ นั้น เจ้านาฬิกาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนปล่อยพลังงานทั้งสิ้น เชื่อมั้ยว่าการใส่นาฬิกาข้อมือนอน จะมีผลต่อสุขภาพระยะยาวเลย
• อย่าที่ 2 นี่ สำหรับพวกชอบคุยโทรศัพท์มือถือจนหลับโดยเฉพาะเลย ไม่ควรนอนหลับไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์เท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงการวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ๆ ตัวด้วย บางคนที่ชอบใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้า กรุณาเก็บมือถือของท่านไว้ให้ใกลตัวที่สุดเมื่อจะนอนซะเถอะ ไปหาซื้อนาฬิกาปลุกถูกๆ ดีๆ เก๋ๆ มาใช้ดีกว่า เพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า โทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วเนี่ย จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาขณะเปิดเครื่องไว้ และเจ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ มีผลกับระบบประสาทซะด้วยสิ เพราะฉะนั้น ตอนนอนก็ปิดโทรศัพท์มือถือซะดีกว่า พอปิดโทรศัพท์มือถือเรียบร้อยแล้ว จะวางไว้ใกล้หรือไกลก็หายห่วง
• อย่าที่ 3 ง่ายๆ สั้นๆ คือ อย่าหลับพร้อมๆ กับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้าขนาดไหน ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพราะการหลับทั้งๆ ที่เครื่องสำอางยังคาอยู่ที่ผิวหน้านั้น จะก่อให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณระยะยาว กลางคืนคือช่วงเวลาที่ผิวพรรณจะได้พักผ่อนบ้างนะคับ
• อย่าที่ 4 (สำหรับสาวๆ เท่านั้น) คือ อย่านอนหลับทั้งๆ ที่ยังใส่ยกทรง นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ค้นพบว่าการใส่ยกทรงนานเกิน 12 ชั่วโมง จะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทรวงอกได้ ฉะนั้น ก็อย่าใส่ยกทรงนอนเลย ไม่ต้องกลัวเสียทรง ไม่ต้องกลัวอกแบะ ห่วงชีวิตไว้ก่อนดีกว่า
• อย่าที่ 5 อันนี้เหมาะกับทุกเพศเลยนะ
“อย่านอนกับสามีหรือภรรยาของคนอื่น” เพราะคุณอาจจะไม่ได้ตื่นอีกเลย …อันนี้ไม่ได้ล้อเล่นนะคับ
ใครที่ยังทำทั้ง 5 อย่างอยู่ หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆนะคับ
'ยิ่งอย่างสุดท้าย ยิ่งน่ากลัวครับ'
• อย่าที่ 1 คือ อย่านอนหลับไปพร้อมๆ กับนาฬิกาข้อมือ ก็เพราะขณะที่นาฬิกาเจ้ากรรมทำงานไปเรื่อยๆ นั้น เจ้านาฬิกาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนปล่อยพลังงานทั้งสิ้น เชื่อมั้ยว่าการใส่นาฬิกาข้อมือนอน จะมีผลต่อสุขภาพระยะยาวเลย
• อย่าที่ 2 นี่ สำหรับพวกชอบคุยโทรศัพท์มือถือจนหลับโดยเฉพาะเลย ไม่ควรนอนหลับไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์เท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงการวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ๆ ตัวด้วย บางคนที่ชอบใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้า กรุณาเก็บมือถือของท่านไว้ให้ใกลตัวที่สุดเมื่อจะนอนซะเถอะ ไปหาซื้อนาฬิกาปลุกถูกๆ ดีๆ เก๋ๆ มาใช้ดีกว่า เพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า โทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วเนี่ย จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาขณะเปิดเครื่องไว้ และเจ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ มีผลกับระบบประสาทซะด้วยสิ เพราะฉะนั้น ตอนนอนก็ปิดโทรศัพท์มือถือซะดีกว่า พอปิดโทรศัพท์มือถือเรียบร้อยแล้ว จะวางไว้ใกล้หรือไกลก็หายห่วง
• อย่าที่ 3 ง่ายๆ สั้นๆ คือ อย่าหลับพร้อมๆ กับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้าขนาดไหน ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพราะการหลับทั้งๆ ที่เครื่องสำอางยังคาอยู่ที่ผิวหน้านั้น จะก่อให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณระยะยาว กลางคืนคือช่วงเวลาที่ผิวพรรณจะได้พักผ่อนบ้างนะคับ
• อย่าที่ 4 (สำหรับสาวๆ เท่านั้น) คือ อย่านอนหลับทั้งๆ ที่ยังใส่ยกทรง นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ค้นพบว่าการใส่ยกทรงนานเกิน 12 ชั่วโมง จะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทรวงอกได้ ฉะนั้น ก็อย่าใส่ยกทรงนอนเลย ไม่ต้องกลัวเสียทรง ไม่ต้องกลัวอกแบะ ห่วงชีวิตไว้ก่อนดีกว่า
• อย่าที่ 5 อันนี้เหมาะกับทุกเพศเลยนะ
“อย่านอนกับสามีหรือภรรยาของคนอื่น” เพราะคุณอาจจะไม่ได้ตื่นอีกเลย …อันนี้ไม่ได้ล้อเล่นนะคับ
ใครที่ยังทำทั้ง 5 อย่างอยู่ หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆนะคับ
'ยิ่งอย่างสุดท้าย ยิ่งน่ากลัวครับ'
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



























