Your Welcome

วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ความน่าทึ่งของสมอง

สมองของคนเรา น่าทึ่งจริงๆ จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพ ธุรกิจ;Life Style : สุขภาพ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553เศรษฐีมือเปล่า แต่สมองเต็ม โดย : วนิษา เรซถ้าเราต้องตั้งต้น ธุรกิจด้วยเงินแค่ 5 เหรียญสหรัฐ เราจะทำธุรกิจอะไรดีคะมีด้วยหรือที่เงินแค่นี้จะเอามาใช้ทำธุรกิจอะไร ได้ แต่อย่างน้อยได้เริ่มต้นด้วยเงินสักนิดหนึ่งก็ยังดีกว่าไม่มีแต้ม ต่อเลยใช่ไหม; ถ้าเราต้องเริ่มต้นชีวิตด้วยเงินเต็มบัญชีธนาคารกับสมองเปล่าๆ หนึ่งก้อนเทียบกับบัญชีที่ไร้เงินแต่สมองเราเต็มไปด้วยไอเดียดีๆ เราจะเลือกอะไรคะ เลือกยากเนอะคะบางคนอาจบอกว่าขอทั้งคู่ไม่ได้หรือ ; สมมติว่าขอไม่ได้ล่ะ ให้เลือกได้อย่างเดียว เลือกอะไรดีมาดูโจทย์ธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกันดีกว่า มีเงินให้ห้าเหรียญ ให้เวลาประชุมกันไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ให้เวลาสองชั่วโมงสำหรับปฏิบัติการ ตามแผน แต่ต้องทำกำไรให้ได้มากที่สุด เป็นเราจะทำอะไร?ถ้าเป็นคุณผู้อ่านเจอโจทย์แบบนี้จะทำอย่างไรดี; ศาสตราจารย์ทีนา ซีลิก สอนวิชานวัตกรรมสร้างสรรค์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ให้โจทย์กับนักศึกษาที่ถูกแบ่งเป็น 14 ทีมทุกทีมต้องแยกย้ายกันไปหนึ่ง สัปดาห์แล้วกลับมารายงานหน้าชั้นเรียนเป็นเวลา 3 นาทีมาดูสิ่งที่นักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดแต่ละทีมเลือกทำอะไรกัน จากเงินห้าเหรียญกลุ่มหนึ่งเอาเงินจำนวนน้อยนิดไปซื้อมะนาว น้ำตาลและมาทำน้ำมะนาวขายหน้ามหาวิทยาลัยกลุ่มต่อมารับจ้างเติมลมยางรถ จักรยานหน้ามหาวิทยาลัยคิดเงินคันละหนึ่ง เหรียญจนกระทั่งพวกเขาค้นพบว่าถ้าขอเป็นเงินบริจาคจะได้เยอะกว่าเลยเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคแทนส่วน กลุ่มที่สามได้เงินมากกว่า และคิดสร้างสรรค์ได้ไม่เลว พวกเขาตัดสินใจเลือกทำงานในคืนวันศุกร์และให้เพื่อนผู้ชายขับรถพาสาวๆ ไปทิ้งไว้หน้าร้านอาหารที่คนแน่นแล้วให้ไปจองคิวตามร้านอร่อยที่ลูกค้าต้อง ยืนรอกันเกือบชั่วโมง พอได้คิวแล้วก็เอาคิวไปขายให้ลูกค้าคนอื่นที่เพิ่งมา คิดเงินคิวละ 20 เหรียญกลุ่มนี้หาเงินได้หลายร้อยเหรียญในเวลาสองชั่วโมง เพราะใครก็ไม่อยากรออาหารอีกหนึ่งชั่วโมงส่วนกลุ่มที่ชนะเลิศหาเงินได้ ถึง 650 เหรียญ เป็นกำไรถึง 130 เท่าตัว และที่น่าทึ่งคือพวกเขาไม่ได้ใช้เงินห้าเหรียญนั้นเลย เขาทำได้อย่างไร; หลังจากประชุมกันนาน ทุกคนในกลุ่มโหวตว่าพวกเขาจะ “ขายเวลา” ;นักศึกษากลุ่มนี้เฉลยว่า พวกเขานั่งประชุมกันนานว่า จะทำอะไรกันดี บางคนบอกไปซื้อลอตเตอรี่ดี กว่า ไปลาสเวกัส ฯลฯ ;แต่ในที่สุดทุกคนสรุปว่า ต้นทุนที่ดีที่สุดที่พวก เขามีไม่ใช่เงิน 5 เหรียญ แต่เป็น “เวลา 3 นาที” สำหรับการนำเสนอแผนธุรกิจหน้าห้องเรียนที่เต็มไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัย สแตนฟอร์จำนวนเป็นร้อยๆ คนที่นั่งฟังโดยไม่ลุกไปไหนนักศึกษาจึงหา บริษัทที่ต้องการขายสินค้าแล้วขายเวลา 3 นาทีที่ตัวเองต้องพรีเซ็นต์ให้กับบริษัทที่ต้องการเวลา 3 นาทีโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตัวเองพอถึงวันจริง นักศึกษากลุ่มนี้ไม่ต้องทำอะไรนอกจากฟังเพื่อนพรีเซ็นต์และพอถึงเวลาของตัวเอง ก็ให้บริษัทที่ตกลงกันไว้มาพรีเซ็นต์สินค้าเสร็จแล้วจ่ายเงิน 650 เหรียญสำหรับเวลา 3 นาทีให้กับทีมนักศึกษาที่ขายเวลาให้บริษัทยิ้ม นักศึกษายิ้ม และอาจารย์ยิ้มมากกว่า ที่ลูกศิษย์คิดได้นอกกรอบเหลือเชื่อพูดถึง ปรากฏการณ์ “วิน วิน วิน” ก็คงเป็นแบบนี้เอง ในปีเสือทองที่ใครพากันกลัวว่าเงินทองหายากลำบากนักหนา กลัวว่าไม่มีเงินมาต่อเงิน หนูดีว่า ต่อให้เราไม่มีเงินสักบาท แต่ขอให้มีกำลังใจไหวพริบเต็มเปี่ยมมีสมองอัดแน่นไปด้วยไอเดียดี แล้วปีนี้ก็คงเป็นอีกปีที่งดงาม ยิ่งภายนอกยากเท่าไร ยิ่งถือเป็นเวลาท้าทายสมองของเราเองเท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น